วิธีการสร้างเพจ Facebook 2020 พร้อมเทคนิคเพิ่มผู้ติดตามเพจ ฟรี!

การสร้างเพจ Facebook page มักเป็นจุดเริ่มต้นของใครหลายๆคนที่จะเริ่มทำการตลาดออนไลน์แรกๆ บทความนี้สำหรับหลายๆคนที่สงสัยเกี่ยวกับวิธีการสร้างเพจ facebook ขายของหรือทำธุรกิจต่างๆ

วิธีการสร้าง Facebook page

การสร้างเพจ Facebook นั้น เราจะต้องทำการสร้างเพจจากเฟสบุ๊คส่วนตัว

ดังนั้นหากใครยังไม่มีบัญชี Facebook ก็ทำการสมัครบัญชีส่วนตัวก่อน facebook.com

วิธีการสร้างเพจ Facebook Page สำหรับธุรกิจด้วย 6 วิธีง่ายๆ

Step 1: กรอกรายละเอียดธุรกิจ

คลิกเข้าลิ้งค์: https://www.facebook.com/pages/creation/

หรือเราสามารถเลือก Create ขวาบน ตรงแถวๆคำว่า Home แล้วเลือก Create page ได้เหมือนกัน

หลังจากเลือก Create page ระบบจะให้เราเลือกว่าเพจเราเป็น ธุรกิจ หรือเป็น พวกข่าว community ต่างๆ

คุณจะเห็น 2 ตัวเลือก ทำการเลือกฝั่งซ้ายถ้าเป็น

หลังจากในกรอกรายละเอียด

  • Page Name ชื่อเพจ
  • Categories ประเภทของเพจ
  • Address ถ้าเป็นประเภทธุรกิจมีหน้าร้าน เช่นอาหาร ต้องกรอกที่อยู่
  • Phone number เบอร์โทรศัพท์

การสร้างเพจ Facebook ในส่วนของชื่อเพจนั้น เราสามารถมาเปลี่ยนได้ในภายหลัง หากใครยังคิดไม่ออกให้ตั้งชื่อไปก่อน

Step 2: ใส่ภาพ Profile page และภาพปก Facebook cover

หลังจากนั้นระบบจะให้เราสามารถรูป Profile และภาพปก Facebook Cover ตามลำดับ

การใส่ภาพโปรไฟล์ Facebook และภาพปก Facebook cover

  1. ภาพ Profile ขนาดเล็กสุดที่เราจะใช้ได้นั้นคือ 170 x 170 pixels แต่ขนาดใหญ่กว่านั้นสามารถใช้ได้ ขอแค่มีอัตราส่วน 1:1 ระบบจะทำการย่อให้เอง
  2. ภาพปก Facebook cover ให้เราทำภาพขนาด 820 x 312 pixels โดยการแสดงผลใน Desktop ก็จะแสดงผล 820 x 312 pixels แต่ว่าในโทรศัพท์ Smartphone มันจะตัดด้านข้างซ้าย-ขวา ตัดไปด้านละ 90 pixels ดังนั้นข้อมูลอะไรที่สำคัญ ข้อมูลการติดต่อ รวมถึงหน้านายแบบจะถูกหั่นครึ่งอะไรพวกนั้น ระวังไว้ก่อนดีกว่าครับ

คลิกตรงไฮไลท์สีดำๆทั้งสองจุดเพื่อทำการอัพโหลด

Tips: หรือถ้าใครจะไม่จ้างออกแบบ Facebook Cover จะลองใช้เว็บ Canva.com ก็สามารถทำได้

Facebook Cover สามารถใช้งานเป็นรูปแบบวิดีโอหรือสไลด์ได้ด้วย

Step 3: Page information ใส่รายละเอียดเกี่ยวกับธุรกิจในเพจ Facebook

ในส่วนแรกคือให้ดูที่ Tabs บนๆหน้าที่เราบริหารจัดการเพจคำว่า Setting > Page Info

หลังจากนั้นทำการกรอกข้อมูลแต่ละส่วน

  • Description คำอธิบายเกี่ยวกับธุรกิจ
  • Categories ประเภทของธุรกิจ
  • Contact information ช่องทางการติดต่อ
  • Location สถานที่(เมื่อพิมพ์ที่อยู่ของเราเสร็จ Pin Location มันไม่เด้งไปตามให้เราลาก Pin ไปวางเอา)
  • Hours ช่วงเวลาที่ให้บริการ
  • More ในส่วนนี้จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้

แถบ About ของ Facebook page

ที่เราได้กรอกไป มันจะไปแสดงผลในแถบ About หน้าเพจเฟสบุ๊ค และเราสามารถแก้ไขจากตรงนั้นได้เลย รวมถึงการเพิ่ม Story ที่จะไปแสดงผลในหน้าเพจเฟสบุ๊ค

โดยเราสามารถเช็คการสร้างเพจ Facebook ของเราได้ว่ามีหน้าตาอย่างไร โดยการเข้าที่ … ปุ่มจุดไข่ปลาข้างปุ่มแชร์เพจ แล้วเลือก View as page visitors

Tips

อีกจุดนึงคือการตั้งชื่อ Username จะต้องตั้งให้กระชับเข้าใจง่าย เพราะว่าจะต้องเอาไปใช้เป็นชื่อลิ้งค๋แปะในที่ต่างๆ

Link: fb.me/digitalmindhub หรือ facebook.com/digitalmindhub

ปุ่ม CTA(call-to-action) เพจเฟสบุ๊ค

ให้เราทำการใส่ปุ่ม Call-to-action(CTA) ปุ่มอยู่ฝั่งขวาล่างของ Facebook Cover จุดนี้จะเป็นจุดกระตุ้นให้ผู้ใช้สร้างการกระทำบางอย่าง

ให้เราทำการเลือกตามวัตถุประสงค์ของธุรกิจที่ต้องการ ใครต้องการข้อความเลือก Message หรือ ต้องการให้ลูกค้าโทรเลือก Call now

Step 4: สร้าง Customize หน้าเพจ Facebook

การทำเพจเฟสบุ๊ค เค้าให้เราสามารถปรับแต่งในส่วนของ Templates and Tabs ได้ว่าเราจะเอาเมนูอะไรไว้ อะไรออก

ตัวอย่างแถบ Facebook page tab ที่สามารถทำการแก้ไขปรับแต่งได้

Setting > Templates and Tabs

ที่จริงเฟสบุ๊คก็มี template ให้เลือก ถ้าเราไม่โอเคก็สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้

การแก้ไข facebook page template

หลังจากเลือก template เสร็จให้เราทำการปรับแต่งได้เลยจะเอาแท็บอะไรออก อะไรขึ้นก่อน

Step 5: เพิ่มทีมงานเข้าสู่เพจ Facebook

วิธีการเพิ่มทีมงานให้เราเข้าไปที่

Setting > Page roles

โดยจะมีระดับสิทธิ์ในการเข้าถึงอยู่ 5 ระดับ

Admin – มีสิทธิ์ทำทุกอย่างได้ในเพจ (ค่าพื้นฐานเราเป็น admin อยู่แล้ว)

Editor – สามารถแก้ไขเพจ, ส่งข้อความ ขึ้นโพสในนามของเพจ, สร้าง Facebook ads, ดูว่า admin คนไหนสร้าง post หรือ comment และสามารถดูข้อมูล insight ของเพจได้

Moderator – สามารถตอบ Comment หรือลบ Comment ได้เช่นกัน,  ส่งข้อความในนามของเพจ, สามารถสร้าง ad โฆษณา, ดูว่า admin คนไหนสร้าง post หรือ comment และสามารถดูข้อมูล insight ของเพจได้

Advertiser – สามารถสร้างโฆษณา, ดูว่า admin คนไหนสร้าง post หรือ comment และสามารถดูข้อมูล insight ของเพจได้

Analyst – สามารถดูว่า admin คนไหนสร้าง post หรือ comment และสามารถดูข้อมูล insight ของเพจได้

Step 6: ปล่อยโพสต์แรกของเรา

โพสต์ที่เราใช้ลงสามารถลงได้ทั้งแบบภาพเดี่ยว, ภาพอัลบั้ม, วิดีโอ หรือแม้แต่ สไลด์โชว์เลื่อนๆ เราก็สามารถนำมาใช้เป็น Post ของเพจได้

ตัวอย่างโพสต์แรก Facebook page

ก่อนที่เราจะชวนใครเข้ามาเพจ Facebook เรานั้นให้เราทำการลงคอนเทนต์ไปก่อนสัก 3-5 โพสต์เพื่อที่ให้เพจเรามันดูน่าสนใจ ไม่เป็นเพจร้างๆ ไม่น่าเชื่อถือ

เช่นถ้าเป็นโรงยิม คนที่เข้ามาก็คงจะอยากเห็นว่าโรงยิมของคุณหน้าตาเป็นยังไง?

ถ้าเป็นร้านอาหาร ร้านและเมนูคุณเป็นอย่างไร?

รวมถึงการแสดงความรู้ เทคนิคต่างๆ เพื่อให้ลูกค้ารับรู้ถึงแบรนด์ของเรา

เทคนิคการเพิ่มยอดผู้ติดตาม Facebook page แบบไม่เสียเงิน

ชวนเพื่อนมาไลค์เพจ

แน่นอนคนส่วนใหญ่มักใช้คนกลุ่มแรกมักจะเป็นเพื่อนของเรา โดยเทคนิคการช่วยเพื่อนในเฟสบุ๊คให้มาไลค์เพจเรา ที่จริงก็สามารถทำได้ ไม่ได้เสียหายอะไร แต่ไม่ควรเยอะเกินไป เพราะมันจะทำให้เพจเรามันไม่ตรงกลุ่มเป้าหมาย ทั้งตอนคน Engagement กับโพสต์ แล้วเรานำไปใช้เป็นข้อมูลสร้าง Custom Audience และ Lookalike Audience ต่อ รวมถึงตอนวิเคราะห์ Audience Insight 

แชร์คอนเทนต์ความรู้เข้าไปในกลุ่ม Facebook group ต่างๆ

เทคนิคนี้ถือว่าใช้ได้ผลดีเลยทีเดียว ให้เราสร้างคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเรา แต่ไม่ได้มีเนื้อหาในการขายสินค้า เน้นให้ความรู้กับลูกค้าก่อน เทคนิคแบบนี้จะทำให้เราได้กลุ่มเป้าหมายของเราจริงๆ สนใจในเรื่องเดียวกับเรา แต่ต้องเป็นคอนเทนต์ที่มีประโยชน์ต่อลูกค้าจริงๆนะ ไม่งั้นโพสต์อาจจะเงียบไปเลย

แปะ Facebook page ของเราไว้ในเว็บไซต์

การที่ทำให้ผู้ใช้จากเว็บไซต์ทราบและเห็นว่าเราก็มีเฟสบุ๊คเพจ ในตำแหน่งที่เด็ดชัด ก็จะช่วยเพิ่มยอดผู้ติดตามของเพจเราได้

ตัวอย่าง

นำลิ้งค์ Facebook page ไปไว้ในในช่องทางต่างๆ

การใส่ลิ้งค์ Facebook เข้าไปในช่างทางต่างๆ และอีเมลก็เป็นอีกวิธีนึงที่เวลาเราติดต่อสื่อสารกับคนอื่น เค้าอ่านข้อความเราจบ และจะเห็นลิ้งค์ Facebook page ของเรา รวมถึงการนำลิ้งค์ Facebook ของเราไปแปะในช่องทางออนไลน์ Digital Marketing Channel ต่างๆของเรา และการสร้าง QR Code ไว้บนโลก Offline

การใช้ Hashtags

Hashtags ถือเป็นอีกช่องทางนี้ที่สามารถใช้เพื่อเข้าถึงผู้ติดตามได้เพิ่มเติม หากผู้ใช้กดเข้าไปที่ Hashtag ต่างๆ เฟสบุ๊คก็สามารถใช้ Hashtags ได้เช่นกัน ดังนั้นให้ใส่ไว้ด้วย เพื่อจะได้สามารถเข้าถึงผู้ติดตามได้เพิ่มเติม

ซื้อ Page Like เถื่อน

เห็นวิธีเป็นวิธีที่นิยมของคนไทยหลายๆคน แต่ผมไม่แนะนำนะ เพราะการซื้อ Page Like เราซื้อมาเค้าไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายเราจริงๆ ทีนี้มันจะเกิดไรขึ้นถ้าปล่อยคนที่ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายมาไลค์เพจเราดองไว้แบบนั้น

ก็คือเวลาเราโพสต์บทความ ภาพ คอนเทนต์ อะไรลงไป กลุ่มนี้เค้าจะไม่ตอบสนองเรา ทั้งเป็นบัญชีเปล่าและเป็นคนที่ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย ทีนี้เราลงอะไรไป เค้าจะไลค์ ไม่แชร์ ไม่คอนเมนต์ ไม่สร้าง Reaction อะไรกับเราทั้งนั้น

ทำให้ Reach เรามันจะต่ำลงเรื่อยๆ เหตุผลมันจะคล้ายๆชวนเพื่อนเยอะเกินไปแหละ แต่อันนี้แย่กว่าอีกทั้งการซื้อ Page Like และการชวนเพื่อนเยอะเกินไป เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ ทั้งสองกลุ่มนี้ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย เวลานำข้อมูลจากสองกลุ่มนี้ไปทำ custom audience กับ Lookalike audience มันก็จะกลุ่มเป้าหมายมามั่วๆหน่อย

สมมติเราเลือก Custom audience แบบ Engagement ก็จะติดเพื่อนหรือไลค์ปลอมมา ถ้าเค้าเคยคลิกโฆษณาเรา ที่สำคัญถ้าซื้อ Page Like ฟีเจอร์ Audience Insight เลิกใช้ไปเลย มั่วยาวๆ

ไม่อยากให้ยึดติดกับยอดไลค์แฟนเพจ(Page Like) อะไรขนาดนั้น มันไม่ได้การันตีทุกอย่าง แค่มีไว้ให้มันน่าเชื่อถือระดับนึง ถือว่าโอเคแล้ว

 

หลังจากทุกคนทำตามนี้ทุกคนก็จะได้เพจเฟสบุ๊คเป็นของตัวเอง พร้อมกับได้ผู้ติดตามจำนวนนึงเรียบร้อยแล้ว หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกคน แล้วพบกันบทความถัดไป

อ้างอิง: https://buffer.com/library/how-to-create-manage-facebook-business-page/
ขอบคุณภาพจาก: freepik.com

ใครที่อยากได้อัพเดทลึกๆใหม่ๆ ก่อนใคร
รวมถึงพูดคุยแชร์เทคนิคกัน คลิก Thai Digital Marketing Hub – ความรู้การตลาดออนไลน์

Facebook Comments

Comments are closed.